รู้ทันและเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย 2562
ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 ซึ่งจะเกิดฝนชุกต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนจะมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน อาจจะก่อให้เกิดอุทกภัยและดินถล่ม ซึ่งอาจส่งผลต่ออันตรายแก่ชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐได้
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัย และดินถล่มที่อาจจะเกิดขึ้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการสำรวจและวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำหลาก ดินถล่ม โดยจัดทำเป็นแผนที่เสี่ยงภัยดินถล่มระดับชุมชน แสดงตำแหน่งหมู่บ้านเสี่ยงภัยและสถานีติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์และแจ้งเตือนภัยเพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ในจุดปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วม ดินถล่ม ไปได้
นอกจากจัดทำแผนเตรียมรับมือสถานการณ์แล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการบูรณาการด้านบุคลากรและอุปกรณ์ เพื่อพร้อมให้การสนับสนุนในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้ทันท่วงที ดังนี้
1. ประสานความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายอาสาสมัคร ร่วมดำเนินการให้การสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
2. รวบรวมข้อมูลสถานที่กำจัดขยะชุมชนที่อาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมพร้อมทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่เตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหาขยะมูลฝอยชุมชน ปัญหาน้ำท่วมระบบกำจัดขยะที่เกิดจากอุทกภัย
3. การจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัย และจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ธรณีพิบัติภัยรายภาค เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการจัดการธรณีพิบัติภัยของชุมชน
4. ดำเนินการซ่อมบำรุงเครื่องสูบน้ำ และตรวจสอบสภาพเครื่องมือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สามารถรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่
5. จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 311 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 32 คัน สำรวจความพร้อมด้านความมั่นคงของอ่างเก็บน้ำที่ใช้การได้ 410 แห่ง ฝายที่มีประสิทธิภาพสามารถชะลอน้ำได้ จำนวน 831 แห่ง
6. ออกแบบและติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) เพื่อวัดระดับน้ำฝน ในพื้นที่ลาดชันและที่ลาดเชิงเขา และติดตั้งระบบโทรมาตรเพื่อวัดระดับน้ำท่า ในพื้นที่ชุมชน โดยเครื่องมือเหล่านี้จะเก็บข้อมูลแล้ววิเคราะห์ประมวลผล และส่งข้อมูลไปยังสถานีหลักเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ จากนั้นจะทำการแจ้งเตือนไปยังพื้นที่โดยใช้สัญญาณไฟสีเขียว สีเหลือง และสีแดง ให้ประชาชนทราบ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ระบบเตือนภัยน้ำหลากดินถล่มหรือ Early Warning ได้มีการติดตั้งแล้ว จำนวน 1,546 สถานี ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัย 4,911 หมู่บ้าน ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Application : Early Warning ทั้งระบบ ios และ android
สีเขียว หมายถึง การเฝ้าระวัง
สีเหลือง หมายถึง การเตรียมพร้อมอพยพ
สีแดง หมายถึง การอพยพ
ทั้งนี้ หากหน่วยงานหรือประชาชนในพื้นที่จังหวัดใดประสบอุทกภัยฉุกเฉิน สามารถแจ้งเหตุภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อประสานขอความช่วยเหลือได้ที่ Green call โทร. 1310 นอกจากนี้ สามารถติดตาม พื้นที่เฝ้าระวัง พื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มของประเทศไทย ได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี หมายเลขโทรศัพท์ 0 2621 9701-5
.....................................................................................................
แหล่งอ้างอิงข้อมูล : กรมควบคุมมลพิษ, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรธรณี, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย,
กรมอุตุนิยมวิทยา

