Loading...

กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

General Affairs Division Office of the Permanent secretary Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กกล. อำนวยการการจัดงานแถลงข่าว การดำเนินงานโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กกล. อำนวยการการจัดงานแถลงข่าว  การดำเนินงานโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

            วันนี้  (6 ธันวาคม 2561) กองกลาง โดยเจ้าหน้าที่ส่วนประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติงานอำนวยการการจัดงานแถลงข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยโอกาสนี้ น.ส. สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดย นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, Ms Lovita Ramguttee Ad Interim Resident Representative of UNDP Thailand และ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมให้การแถลงข่าวการดำเนินงานของหน่วยงาน ณ ห้องประชุม 301 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้
          1) การจัดงาน “วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประจำปี 2561” ภายใต้แนวคิด “สังคมอยู่เย็น สัตว์ป่าเป็นสุข” ระหว่างวันที่ 24 – 27 ธันวาคม 2561 ณ สวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชน
ได้แสดงความจงรักภักดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และให้ประชาชนได้รับความรู้ความเข้าใจและเกิดจิตสำนึกมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยภายในงานมีกิจกรรมและการเสวนาที่น่าสนใจหลายหัวข้อ เช่น ความสำเร็จของงานพิทักษ์ป่า ตลอดระยะเวลา 50 ปี รางวัล Asia Awards ประจำปี 2561 รางวัลพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรติความกล้าหาญ การสร้างสรรค์นวัตกรรม และความมีจริยธรรมของหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก การมอบหนังสือสื่อภาพนูนอักษรเบรลล์ สำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น เป็นต้น
          2) มาตรการเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติในฤดูกาลท่องเที่ยว ดังนี้
                   1. ดำเนินการให้อุทยานแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดรอง จัดทำข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติใกล้เคียง แหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงอื่นๆ โบราณสถาน ศาสนสถาน พิพิธภัณฑ์ ชุมชน ข้อมูลการดำเดินทาง อาหารพื้นเมือง ของฝากของที่ระลึก เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าไปรับชมได้ที่ facebook : สำนักอุทยานแห่งชาติ - National Parks of Thailand
                   2. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวทั้งในส่วนของสำนักอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 16 สำนักและสาขา และภายในอุทยานแห่งชาติในช่วงเทศกาลวันปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562 และเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 17 เมษายน 2562 เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว สภาพการจราจร สถานที่จอดรถ สถานที่กางเต้นท์ รวมทั้งสถานการณ์ท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติได้ที่ http://park.dnp.go.th ทางเพจเฟซบุ๊คสำนักอุทยานแห่งชาติ เพจเฟซบุ๊ค ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือ โทรศัพท์ศูนย์สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง
          3) การลงนามความร่วมมือโครงการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในประเทศไทย ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับ United Nations Development Programme (UNDP) กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.), International Union for Condervation of Nature (IUCN), TRACE : Wildlife Forensic Network และ TRAFFIC : The Wildlife Trade Monitoring Network  เพื่อลดปัญหาการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยเฉพาะด้าน งาช้าง นอแรด เสือ และลิ่น รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพความเข้มแข็งของผู้บังคับใช้กฎหมาย การเสริมสมรรถนะและสร้างความร่วมมือของบุคลากร เครื่องมือ เทคนิควิธีการ ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทยเกี่ยวกับผลกระทบของการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย และแสดงจุดยืนในการไม่ยอมรับการลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
ในทุกช่องทาง
            4) การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP 24) และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม 2561 ณ เมืองคาโตวีเซ สาธารณรัฐโปแลนด์ โดยมี พลเอก สุรศักดิ์  กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยผู้แทน ร่วมหารือให้ได้ข้อสรุปต่อกฎ รูปแบบ และแนวทางในการดำเนินงานภายใต้ความตกลงปารีสเพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ใช้ดำเนินการได้ภายหลังปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ.2020) นอกจากนี้ในวันที่ 3 ธันวาคม 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถ้อยแถลงเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ต่อความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และนำเสนอความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ดังนี้
                        1. ความก้าวหน้าในการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงาน โดยมีการรายงานการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงาน ปี 2559
                        2. (ร่าง) แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ.2564 – 2573 รายสาขา
                       3. (ร่าง)แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP)
                       4. ระบบสารสนเทศการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Thailand Greenhouse Gas Emissions Inventory System: TGEIS)
            5) สรุปผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ สมัยที่ 13 (Ramsar COP 13) ภายใต้หัวข้อ “Wetland for Sustainable Urban future” เมื่อวันที่ 21 – 29 ตุลาคม 2561 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับ
เอมิเรสต์ โดยมีนางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำและหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมคณะ เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมได้รับรองข้อมติที่สำคัญและเกี่ยวข้องกันการดำเนินงานของประเทศไทย เช่น การฟื้นฟูพื้นที่พรุที่เสื่อมโทรม การส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำทางทะเลและชายฝั่ง การทบทวบแผนกลยุทธ์อนุสัญญาฯ ระหว่างปี ค.ศ. 2016 – 2024 (พ.ศ. 2559 – 2567) การอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยแหล่งวางไข่ของเต่าทะเลและการเสนอเป็นพื้นที่แรมซาร์ไซต์ และการประเมินการให้บริการจากระบบนิเวศ เป็นต้น นอกจากนี้ ที่ประชุมสมัชชาภาคีฯ มีมติเห็นชอบให้ประเทศเซเนกัส เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 14 ในปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ.2564)
            6) ผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 14 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดให้มีการประชุมขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 29 พฤศจิกายน 2561 ณ เมืองชาร์ม เอล เชค สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ โดยที่ประชุมได้ร่วมรับรองปฏิญญาชาร์ม เอล เชค ภายใต้หัวข้อลงทุนกับความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อผู้คนและโลก โดยสาระสำคัญแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามแผนกลยุทธ์อนุสัญญาฯ ค.ศ.2011 – 2020 รวมถึงบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพในภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ภาคโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานและเหมืองแร่ กระบวนการผลิตและแปรรูป และด้านสุขอนามัยโดยคำนึงถึงความเชื่อมโยงกับการดำเนินงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 (พ.ศ.2573) และการดำเนินงานหลังสิ้นสุดแผนกลยุทธ์อนุสัญญาฯ ในปี ค.ศ.2020 (พ.ศ.2563)
           7) การประชุมเชิงปฏิบัติการการบูรณาการประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพเพื่ออาหารและการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน  ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4 – 6 ธันวาคม 2561 ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมวิชาการเกษตร เป็นเจ้าภาพร่วมกับศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ จัดการประชุมฯ เพื่อกำหนดกรอบแนวทางความร่วมมือในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการเกษตรอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้แนวคิด “การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพในภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน”

เผยแพร่โดย : ส่วนประชาสัมพันธ์

แกลเลอรี่