ผอ.กองกลาง “ไชยยันต์” ร่วมลงพื้นที่พร้อม ปลัด ทส. ติดตามความคืบหน้า “พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า” แลนด์มาร์กใหม่กลางกรุง คาดเปิดชมปี 2571
วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. นายไชยยันต์ เทพศิริสุนทร ผู้อำนวยการกองกลาง พร้อมด้วยนางสาวนารีรัตน์ คงกระพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนการพัสดุ ลงพื้นที่พร้อมปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ดร.รวีวรรณ ภูริเดช) และคณะผู้บริหาร ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง “พิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่า” ระยะที่ 1 ในพื้นที่แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
โอกาสนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบ ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะการออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัยและการบริหารจัดการพลังงานสะอาดภายในอาคาร
โครงการก่อสร้าง “พิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่า” จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เรื่อง “ไม้มีค่า” และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับประชาชน บนที่ดินพระราชทาน เนื้อที่กว่า 79 ไร่ บริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยจุดเด่นโครงการ คือ การนำ “ไม้ของกลาง” ที่คดีสิ้นสุดแล้วจำนวน 6 ชนิด ได้แก่ ไม้สัก, ไม้ประดู่, ไม้ชิงชัน, ไม้แดง, ไม้มะค่าโมง และไม้พะยูง มาใช้ในการก่อสร้างและตกแต่งภายใน เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นถึงคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้
นอกจากนี้ ตัวอาคารยังถูกออกแบบให้มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างไทยและตะวันตก ส่วนพื้นที่ภายนอกจะพัฒนาเป็นสวนสาธารณะตามแนวคิด "ไตรภูมิ" และเป็นแหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เช่น ระบบแก้มลิง และห้องเรียนป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
ปัจจุบันโครงการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งมีความคืบหน้าดังนี้
ระยะที่ 1 (โครงสร้างอาคาร): คืบหน้ากว่า 80% อยู่ระหว่างการติดตั้งหลังคาและระบบสาธารณูปโภค (คาดเสร็จต้นปี 2570)
ระยะที่ 2 (งานตกแต่งภายใน): กำลังดำเนินการผลิตและติดตั้งชิ้นงานไม้ควบคู่ไปกับระยะแรก (คาดเสร็จพฤศจิกายน 2570)
ระยะที่ 3 และ 4 (ภูมิทัศน์และนิทรรศการ): อยู่ระหว่างการปรับแบบให้ทันสมัยและเตรียมประกวดราคา
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว เข้าชมพิพิธภัณฑ์อย่างเต็มรูปแบบได้ในปี 2571 โดยหวังให้สถานที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
.

