กกล. ร่วมงาน ถามมา - ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า
วันนี้ (20 พฤษภาคม 2565) นายบัญญัติ ฉายอรุณ ผู้อำนวยการกองกลาง พร้อมด้วย ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมรับฟังการเสวนาในงาน ถามมา - ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า Better Thailand Open Dialogue ในหัวข้อ “สิ่งแวดล้อมยุคใหม่ เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจ” โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ CEO PTT และ นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส CEO SCG ร่วมเสวนาในหัวข้อดังกล่าว โดยมี ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
โดยในการเสวนา นายวราวุธ ได้แสดงมุมมองถึงสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เชื่อมโยงถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า ปัญหามลภาวะทางอากาศแม้ว่าจะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น แต่คุณภาพแหล่งน้ำโดยรวมยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น ส่วนการจัดการขยะมูลฝอยได้มีมาตรการส่งเสริมให้เกิดการ Recycle และ Upcycle มากขึ้น รวมถึงการจำกัดการนำเข้าขยะพลาสติก ซึ่งทั้ง 3 ประเด็น เป็นประเด็นสำคัญที่จะส่งผลต่อการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ที่ได้ประกาศเป้าหมายไว้ในการประชุม COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร เมื่อช่วงปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608)
ทั้งนี้ นายวราวุธ ยังได้สรุปย้ำในตอนท้ายของการเสวนาว่า “หลังโควิด-19 เศรษฐกิจไทยต้องเติบโตขึ้นกว่านี้ พี่น้องคนไทยต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่านี้ แต่โควิด-19 จะเป็นเครื่องเตือนสติเราที่ดีว่า เมื่อใดที่มนุษย์เราก้าวข้ามเส้นความพอดีระหว่างสมดุลของธรรมชาติ ธรรมชาติจะส่งสัญญาณเตือนมา และทุกครั้งที่มีสัญญาณเตือนจะเกิดความเสียหายขึ้นทั่วโลก ดังนั้น การเดินหน้าจากนี้ไป ทั้งภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคสังคม ต้องคำนึงถึงคำว่า Green growth และความยั่งยืน เพื่อจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้อย่างสมดุล เพราะธรรมชาติอยู่ได้แม้ไม่มีมนุษย์อยู่ แต่มนุษย์เราถ้าไม่มีธรรมชาติเราอยู่ไม่ได้ ดังนั้น จะเดินทางจากนี้ไป เราต้อง “Move forward greener””
